อยากบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนดีอะไรนัก

โตมายี่สิบสองขวบ ทำดีน้อยครั้ง

แต่ไม่นานมานี้ ก็ได้ไปทำอะไรดีๆมา

รู้สึกดีสุดๆ

 

ก่อนไปทำดีนั้น ก็ทำเลวร้ายไว้เป็นที่เรียบร้อย

ด้วยการอาละวาดใส่เพื่อนหนึ่งหนโทษฐานทำงานพัง

พอรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวก็รีบคว้าโอกาสทันที

นี่คือความเลวอีกหน เพราะรู้ว่าไม่ต้องเรียนหนึ่งอาทิตย์ก็รีบเลย

 

นึกว่าจะได้ขึ้นดอย หนีเรียนสบายๆ แต่ที่ไหนได้....

มาทำความดีต่างหาก

ต้องไปสอนหนังสือเด็กเป็นการแลกเปลี่ยน

โครงการของดุริยางค์ ศิลปากร (ขอบคุณมากๆนะคะ สำหรับบุคคลเหล่านี้)

 

หนทางก็ลำบาก หนาวก็หนาว ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก

แต่รู้สึกดีสุดๆ

 

บนดอยสอนให้เรารู้ว่ามีสิ่งดีๆที่สามารถคว้าได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไร

ได้เวลาวิ่งเล่นเพิ่มขึนเพราะไม่เสียเวลากับทีวีหรือเล่นเน็ต

แข็งแรงมากๆ เพราะวิ่งเล่นกับเด็กทั้งวันแถมอากาศก็บริสุทธิ์

ได้รับรอยยิ้ม ได้รับน้ำใจ จากหนุ่มสาวชาวม้ง

กะหล่ำปลี ฟักทอง ลิลลี่ดอย (ขอบอกว่ากำละ 2 บาทเอง)

ไส้อั่ว ลาบดิบ แคบหมู หมูยอ ของฟรีจากชาวบ้าน แต่ละอย่างอร่อยทั้งนั้น

 

ได้ทำทุกอย่างที่ในเมืองไม่มีวันได้ทำ

ตื่นตอนเช้ามาดูพระอาทิตย์ขี้น  ตอนกลางวันสอนหนังสือเด็ก เย็นๆเล่นกัน คำๆก่อกองไฟ ร้องเพลง เล่นกีตาร์

แล้วก็ดูดาว ไม่รวมกับอาหารที่ได้เชฟมือดีของโรงแรมมาทำให้ (พี่จากศิลปากรเหมือนกัน)

 

ประสบการณ์คราวนี้

ทำให้เชื่อจริงๆว่า

"ทำดีย่อมมีผลตอบแทน"

 

วันลงดอยรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากลง

เห็นเด็กบนดอยร้องไห้แล้วน้ำตาไหล

แต่ต้องกลับมาเพราะติดเรียน

 

สัญญาไว้เลยว่าจะกลับไป

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ฝนตก

ฟ้ารั่ว

และเผลอนิดเดียว

ก็มีแสงแดดเจิดจ้า

สุดท้าย

ก็มีโค้งรุ้งงามที่ปลายฟ้า

___________________________________________________

อากาศก็คืออากาศ

ธรรมชาติอย่างหนึ่ง

จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

แต่เชื่อเหอะ

สุดท้ายก็มอบรางวัลงามให้กับมนุษย์เสมอ

โค้งรุ้งที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์นั่นไง

___________________________________________________

รู้สึ้กเลยว่าไม่ได้อัพบล็อคมาชาติเศษ

มีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้นมากมายเลยแหละ

รู้สึกว่าจะได้สิ่งดีๆมาก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด

เหมือนต้องเผชิญกับพายุตลอดเวลา

แต่อยางที่บอก

สุดท้ายก็สวยงาม

____________________________________________________

ตอนนี้ก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน

เชื่อไหมยังไม่ได้ปิดเทอมเลยนะ

แล้วยังมีอีเวนท์ภูมิศาสตร์อีก การบ้านยังไม่เสร็จเลย

คงสนุกพิลึก

____________________________________________________

เพราะชีวิตคนเหมือนกับอากาศ

ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ

เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์

ช่วงนี้ใครท้อ ก็จะเป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอให้เชื่อ ขอให้ศรัทธา

ว่ารุ้งหลังฝนที่สวยงามสดใสอยู่ไม่ไกลเลย

 

***เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ระวังจะไม่สบายนะคะ ><

 

"น้ำขึ้นให้รีบตัก"

"เวลาและวารีไม่เคยรอใคร"

สำนวนโบราณต่างย้ำเตื่อนให้รู้ว่าเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอๆ 

 

เวลาลัลล้าคืออะไร

มันคือเวลาที่สุขใจจนฮัมเพลงออกมาได้

มันคือเวลาสนุกสนานลืมความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง

มันคือเวลาที่แสนสั้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

 

สัตว์ประหลาดไปผ่านเขาตะเกียบมาค่ะ

กับเทศกาลของคนรักดนตรีได้แก่งาน

ศิลปินมากมาย ผู้คนมากมาย

มีแต่คนเฮฮาปาจิงโกะ ลัลล้าลัลล้า

 

โดยทั่วไปแล้ว เวลาไปเขาตะเกียบจะเฉยๆเพราะไปบ่อยมาก

ก็สนุกนะแต่ไม่มันส์ ไม่ลัลล้าเท่าครั้งนี้

โดยทั่วไปก็จะมีความสุขแบบสงบๆ อย่างรูปนี้

การเดินทางแสนทรหดเริ่มจากรถไฟที่สถานีนครปฐมไปลงหัวหินค่ะ

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นรถไฟฟรี ดังนั้นคนจึงแน่นมากๆ

ลงหัวหินก็ต่อรถไปเขาเต่ากลับที่พัก เก็บของแล้วออกมา

ค่าเหมารถไปกลับห้าร้อยบาท

คำนวนเองละกันว่าไกลขนาดไหน

 

เมื่อไปถึงปุ๊บก็หาที่ทางในการเต้นจากนั้นก็แดนซ์มันยันจบงาน

ที่บอกว่างานเลิกตีสองตอนผับปิดนั้นเป็นเรื่องโกหก

เพราะมันนานกว่านั้นมากๆๆๆๆ ตีสี่มั้ง

ลัลล้าจนหลงลืมเวลาแล้วก็อายุ

ฮะๆๆๆๆ

 

เฮ้ออออออออ เสียดายที่ไม่ได้พกกล้องกันซักคนเพราะห่วงแดนซ์  

                    เสียดายที่เวลามีความสุข่ผ่านไปเร็วเหลือเกิน

                    เสียดายกับคนที่ไปแล้วเมาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้สนุก (แถมยังทิ้งขยะเกลื่อนกลาดอีก )

 

ป.ล. ถ้าคนอ่านไม่คิดว่าตัวเองแก่เกินไปล่ะก็ ปีหน้ายังไม่สายนะคะ เราอาจจะได้เจอกัน

"เวลา(ลัลล้า)ผ่านไปเร็วเสมอแหละ ถ้ามีโอกาสก็สนุกให้เต็มที่เถอะค่ะ"